สตาร์ทอัพในไต้หวัน
วันที่นำเข้าข้อมูล 19 ธ.ค. 2565
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 19 ธ.ค. 2565
- ทิศทางของสตาร์ทอัพไต้หวัน
โดยที่ไต้หวันมีความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศขั้นสูง ส่งผลให้ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มีธุรกิจสตาร์ทอัพเกิดขึ้นใหม่จำนวนมาก อาทิ (1) Gogoro สตาร์ทอัพยูนิคอร์นรายแรกของไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้ผลิตสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารายใหญ่ในไต้หวัน (2) Appier สตาร์ทอัพผู้เชี่ยวชาญแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ (AI Platforms) เพื่อเป็นกลไกช่วยตัดสินใจในด้านการตลาด และการวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้า (3) 91APP สตาร์ทอัพผู้เชี่ยวชาญด้าน SaaS (Software as a Service) แห่งแรกในไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้พัฒนาแอปพลิเคชันให้แก่บริษัทต่าง ๆ และยังมีบริษัทสตาร์ทอัพเกิดขึ้นใหม่อีกมากมาย การเติบโตของธุรกิจสตาร์ทอัพมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของไต้หวันเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่ส่งเสริมการขยายตัวของ GDP ไต้หวันในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากศักยภาพที่สูงของเทคโนโลยี พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค ตลอดจนนโยบายสนับสนุนสตาร์ทอัพของภาครัฐไต้หวัน โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19
ธุรกิจสตาร์ทอัพในไต้หวันไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับตลาดภายในเท่านั้น แต่ยังได้ขยายตลาดไปยังต่างประเทศอีกด้วย เช่น (1) Gogoro ที่นอกจากได้มีการสร้างระบบเปลี่ยนแบตเตอรี่ Gogoro Network ในไต้หวันแล้ว ยังได้มีการนำไปใช้งานในต่างประเทศ อาทิ จีน อินโดนีเซีย และอิสราเอล นอกจากนี้ บริษัทฯ มีแผนที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ และเสนอขายหุ้นออกใหม่ (IPO) ภายในปี 2565 นี้ด้วย และ (2) Appier ซึ่งได้รับการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการในตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่นในเดือน มี.ค. 2564 ที่ผ่านมา
- การส่งเสริมสตาร์ทอัพจากภาครัฐและหน่วยงานต่าง ๆ
ทั้งหน่วยงานภาครัฐส่วนกลางและท้องถิ่นของไต้หวันต่างมีนโยบายช่วยเหลือสตาร์ทอัพ อาทิ เงินอุดหนุนช่วยเหลือสตาร์ทอัพ กองทุนเงินกู้ยืมสำหรับธุรกิจ SMEs และหลักสูตรต่าง ๆ ซึ่งสามารถยื่นขอได้ โดยมีเงื่อนไขแตกต่างกันไป เช่น (1) กองทุน IEIT หน่วยงานสนับสนุน Startup ธุรกิจขนาดเล็ก-กลาง (2) กองทุนเยาวชน (Young Entrepreneur Financing Loan) เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีกิจการร่วมค้า accelerator และ incubator เอกชนที่ช่วยส่งเสริมช่วยเหลือสตาร์ทอัพหลายแห่ง ทั้งเพื่อการทำตลาดในประเทศและต่างประเทศ เช่น 500 Startups, Techstars, SparkLabs, Infinity Ventures และ BE Capital เป็นต้น
- ความร่วมมือกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในปี 2559 รัฐบาลของประธานาธิบดีไช่อิงเหวินได้กำหนดนโยบาย New Southbound ซึ่งส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศเป้าหมาย 18 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย มุ่งเน้นหลักการเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน และการพัฒนาในหลายมิติ ความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจ ตลอดจนด้านวัฒนธรรมและการศึกษา ทั้งนี้ ในช่วงปีที่ผ่านมามีการลงทุนจากไทยไปไต้หวันและจากไต้หวันไปยังไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นสัญญาณที่ดีของแนวโน้มการลงทุนระหว่างไทยและไต้หวันในอนาคต อนึ่ง เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2565 รัฐบาลไต้หวันได้จัดตั้งกระทรวงดิจิทัลในไต้หวัน โดยเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2565 นางสาวไช่อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวัน ได้กล่าวสุนทรพจน์ในห้วงการประชุม Yushan Forum ประจำปี 2565 ว่าไต้หวันมีชื่อเสียงในด้านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญและการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งคาดหวังว่าจะผสานความสามารถด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลของไต้หวัน กับการผลักดัน “Digital New Southbound” เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจโลกและในภูมิภาคด้วย

- โอกาสสำหรับประเทศไทย

ไต้หวันมีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ซึ่งอยู่ในจุดศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชีย โดยมีระบบขนส่งทางทะเลและทางอากาศสู่ภายนอก และมีโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ภายในที่ครอบคลุม อีกทั้งไต้หวันยังมีห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมที่ปลอดภัยและสมบูรณ์ ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า กอปรกับด้านนโยบายที่ส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ กฎหมายที่คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และบุคลากรในไต้หวันมีศักยภาพและเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยี จึงนับเป็นโอกาสอันดีของสตาร์ทอัพไทยที่สามารถนำจุดแข็งของประเทศไทยในด้านต่าง ๆ มาร่วมมือกับสตาร์ทอัพไต้หวัน และสามารถประยุกต์ใช้กับ การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะ เทคโนโลยีทางการแพทย์
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบThailand Business Information Center in Taiwan