วันที่นำเข้าข้อมูล 10 ม.ค. 2566
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 10 ม.ค. 2566
ปัจจุบัน กระแสของโลกกำลังมุ่งไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงการดำเนินธุรกิจโดยไม่มุ่งหวังถึงผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่คำนึงถึงความสมดุลของทุกสรรพสิ่ง ทั้งการดูแลสิ่งแวดล้อม (Environmental) ความรับผิดชอบต่อสังคม (Social) และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) ตามแนวคิดที่เรียกว่า Environmental, Social, Governance หรือ ESG ซึ่งไต้หวันก็เป็นอีกหนึ่งเขตเศรษฐกิจที่มีการดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจจากภายใน ตลอดจนสร้างความโดดเด่นในสายตานักลงทุนต่างชาติ
ในปี 2565 ตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน (Taiwan Stock Exchange: TWSE) กำหนดให้บริษัทที่จดทะเบียนใน TWSE และ Taipei Exchange (TPEx) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการด้าน ESG ของบริษัทในรูปแบบรายงานเป็นประจำทุกปี โดยนับเป็นหนึ่งในความพยายามของรัฐบาลไต้หวันในการพัฒนาตลาดการเงินที่ยั่งยืนตามแผน Green Finance Action Plan 3.0 และการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ใน ปี ค.ศ. 2050
นอกจากนั้น รัฐบาลไต้หวันยังมีการดำเนินการอย่างจริงจังในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยตั้งเป้าหมายให้มีการใช้พลังงานหมุนเวียนจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมเป็นสัดส่วนร้อยละ 20 ของพลังงานทั้งหมด ภายในปี ค.ศ. 2025 และมีกำหนดจะเพิ่มเป็นร้อยละ 60-70 ในปี ค.ศ. 2050 รวมถึงการกำหนดให้ยานยนต์ที่จำหน่ายใหม่ในปี ค.ศ. 2040 จะต้องเป็นยานยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด
การดำเนินงานด้าน ESG ของธุรกิจในไต้หวัน มีตัวอย่าง อาทิ
(1) Taiwan Semiconductor หรือ TSMC ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีของโลก ประกาศจะส่งเสริมสายพานการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกับเครือข่ายในห่วงโซ่อุปทานกว่า 700 แห่ง ส่งผลให้บริษัทขนาดกลางและขนาดย่อมที่อยู่ในเครือข่ายต้องมีการดำเนินการด้าน ESG ด้วย แม้จะไม่ได้เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
(2) Sinyi Realty บริษัทจัดหาอสังหาริมทรัพย์ในไต้หวัน ซึ่งเริ่มดำเนินธุรกิจตามแนวคิด ESG ตั้งแต่เมื่อ 40 ปีก่อน โดยมุ่งเน้นการรับใช้สังคมและดูแลสุขภาวะที่ดีของพนักงาน ล่าสุด บริษัทได้ขยายการดำเนินการด้าน ESG ออกไปในต่างประเทศ โดยการประกาศซื้อเกาะปูเลา เมนกาลุม (Pulau Mengalum) ในมาเลเซีย เป็นมูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน เพื่อปลูกต้นไม้และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
(3) Fubon Financial บริษัทแม่ของธนาคาร Fubon เป็นบริษัทแรกในไต้หวันที่ประกาศไม่ร่วมลงทุนในบริษัทการเงินที่มีการใช้ไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินมากกว่าครึ่งหนึ่ง ซึ่งในปี 2564 ที่ผ่านมาได้กำหนดนโยบาย ESG ใหม่ 4 ประการ คือ การลดคาร์บอน การเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัล การเสริมความเข้มแข็ง และการสร้างเครือข่าย
(4) ร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ต ทยอยเปลี่ยนอุปกรณ์ในร้านให้เป็นอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน การใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ทำมาจากพลาสติกรีไซเคิล รวมถึงการลดการใช้ถุงพลาสติกแบบ single use
(5) Foxconn ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของโลก ได้ตั้งเป้าหมายด้านแนวคิด ESG ไว้ในหลากหลายแนวทาง อาทิ ปัจจุบันมีการใช้พลาสติกรีไซเคิลมากกว่าร้อยละ 60 ลดความเข้มของน้ำลงร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับปี 2563 มีการให้โอกาสการจ้างงานที่เท่าเทียม มีการดูแลสุขภาวะที่ดีของพนักงาน รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนผู้บริหารเพศหญิงเป็นร้อยละ 30 นอกจากนั้นในปี 2564 Foxconn ได้มีการเปิดตัวแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าของบริษัทภายใต้ชื่อ Foxtron ด้วย
การดำเนินการของภาคส่วนอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจตามแนวคิด ESG มีตัวอย่าง อาทิ
(1) การจัดทำดัชนีความยั่งยืนไต้หวัน (Taiwan Sustainability Index - TWSI) โดยบริษัท Solactive บริษัทจัดทำดัชนีชั้นนำจากเยอรมัน ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธุรกิจไทเป (National Taipei University of Business - NTUB) เพื่อติดตามผลประกอบการของบริษัทชั้นนำที่ให้ความสำคัญต่อการทำธุรกิจแบบยั่งยืนในไต้หวัน โดยพิจารณาจากผลประกอบการด้าน CSR ผลประกอบการทางการเงิน และคุณภาพตลาด ในด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการเปิดเผยข้อมูล
(2) การมอบรางวัลธุรกิจเพื่อความยั่งยืนในไต้หวัน (Taiwan Corporate Sustainability Award) โดยสถาบันไต้หวันเพื่อพลังงานที่ยั่งยืน (Taiwan Institute for Sustainable Energy - TAISE) เพื่อคัดเลือกและให้รางวัลแก่บริษัทที่มีผลการดำเนินการด้าน ESG ที่โดดเด่นในไต้หวัน รวมถึงมีการเปิดสถาบันเพื่อให้องค์ความรู้ในการดำเนินการด้าน ESG แก่บริษัทต่าง ๆ ในไต้หวันด้วย
โอกาสและผลกระทบต่อธุรกิจไทย
การขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนตามโมเดลเศรษฐกิจบีซีจี (Bio-Circular-Green Economy) ของไทย สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกับกระแสเรื่อง ESG ในไต้หวัน
การส่งเสริมการลงทุนในสาขาที่เกี่ยวข้องกับ BCG สามารถดึงดูดนักลงทุนต่างชาติทั้งรายเล็กและรายใหญ่ เนื่องจาก BCG Economy Model มีความครอบคลุมอุตสาหกรรม ตั้งแต่ธุรกิจการแยกขยะพลาสติกรีไซเคิล การแปรรูปวัตถุดิบด้านเกษตรกรรม การต่อยอดสู่การทำเกษตรสินค้าชีวภาพ จนถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น การผลิตโซลาร์เซลล์ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และชิ้นส่วน
ปัจจุบัน นักลงทุนไต้หวันมีการลงทุนในกิจการรถยนต์ไฟฟ้าอยู่แล้ว โดยในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2565 ก็มีการลงทุนเพิ่มขึ้นใน 2 โครงการใหญ่ รวมมูลค่าราว 5.4 หมื่นล้านบาท
สำหรับสาขาอื่น ๆ ที่ไทยมีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุนจากไต้หวันยังมี อาทิ สาขาพลังงานทดแทน ซึ่งไต้หวันมีความจำเป็นต้องเพิ่มการใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น แต่ฐานการผลิตภายในประเทศยังไม่เพียงพอ จึงมีความจำเป็นต้องขยายฐานไปยังต่างประเทศ และไทยก็มีศักยภาพทั้งการผลิตโซลาร์เซลล์และกังหันลม
นอกจากนั้น นักธุรกิจ รวมทั้ง start-up ไต้หวันในกลุ่มสุขภาพดิจิทัล กลุ่มอาหารและการเกษตร รวมถึงกลุ่มเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเฉพาะด้านการจัดการทรัพยากรและการจัดการของเสีย ยังให้ความสนใจในการลงทุนในไทยด้วย
ในภาพรวม การขยายโอกาสความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนไทยกับไต้หวันในด้านความยั่งยืนและ ESG นอกจากจะเป็นโอกาสในการยกระดับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของไทยให้แข็งแกร่ง และพร้อมรับมือกับสถานการณ์ความท้าทายในรูปแบบใหม่ ๆ แล้ว ยังเป็นการผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นศูนย์กลางการผลิตในสาขาที่ศักยภาพสูงและอยู่ในเทรนด์ใหม่ของโลก รวมถึงเป็นการลดความเสี่ยงต่อการส่งออกในอนาคต ในกรณีที่มีคู่ค้าของไทยประกาศใช้มาตรการกีดกันทางการค้าที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น สหภาพยุโรปประกาศยุทธศาสตร์การปฏิรูปสีเขียว (European Green Deal) กลไกการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (CBAM) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2566 ตลอดจนการที่สหรัฐฯ ประกาศร่างกฎหมาย Clean Competition เพื่อกำหนดราคาคาร์บอน ญี่ปุ่น ประกาศยุทธศาสตร์การเติบโตสีเขียว และจีนเปิดตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตระดับชาติ
19 ม.ค. 2561
19 ก.ค. 2562
24 พ.ย. 2560
24 ม.ค. 2561
17 พ.ย. 2560
10 ม.ค. 2561
25 พ.ย. 2564
22 ก.ค. 2565