มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหราชอาณาจักร และความเคลื่อนไหวของภาคเอกชนไต้หวัน
มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหราชอาณาจักร และความเคลื่อนไหวของภาคเอกชนไต้หวัน
วันที่นำเข้าข้อมูล 19 ม.ค. 2567
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 27 ก.ย. 2567
.png)
ในโลกของธุรกิจสมัยใหม่ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าการทำธุรกิจร่วมกับความยั่งยืนถือเป็นสิ่งที่สำคัญและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้โดยเฉพาะประเทศในแทบยุโรปที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการลดคาร์บอนเป็นอย่างมาก สหราชอาณาจักรก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและมีการดำเนินมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน หรือที่รู้จักกันในชื่อ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism)เช่นเดียวกับสหภาพยุโรป วันนี้ThaibizTaiwanจะพาทุกท่านมาดูว่าภาคเอกชนไต้หวันตื่นตัวและมีการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับการประกาศ CBAM ของอังกฤษรวมทั้งสหภาพยุโรปอย่างไร
จุดเริ่มต้นของ CBAM UK
จุดเริ่มต้นของ CBAM UK ก็เหมือนกับการประกาศ CBAM ของสหภาพยุโรป เพื่อส่งสัญญาณให้นานาประเทศให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน ตลอดจนเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไม่ให้เสียเปรียบด้านราคาต่ออุตสาหกรรมที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน นอกจากนั้น รัฐบาลสหราชอาณาจักรจะดำเนินการจัดเก็บภาษีคาร์บอนสำหรับสินค้านำเข้าบางประเภทภายในปี ค.ศ. 2027 เพื่อช่วยปกป้องธุรกิจภายในประเทศจากสินค้านำเข้าราคาถูกซึ่งมีที่มาจากประเทศที่มีการกำหนดภาษีคาร์บอนต่ำหรือไม่มีเลย
CBAM UK มีกลไกลทำงานอย่างไร
CBAM UK ทำงานเหมือนกำแพงภาษีโดยการคำนวนภาษีจะมีอยู่ 2 ส่วนได้แก่
- คำนวนจากจำนวนของราคาคาร์บอน หรือ Carbon Foot Printในสินค้านำเข้าหรือหากไม่มีข้อมูลราคาคาร์บอน จะถูกเรียกเก็บภาษี เพื่อให้ราคาสินค้านำเข้าเทียบเท่ากับราคาของสินค้าที่ผลิตในประเทศ
- คำนวนจากค่ากลางของ Carbon Footprint ของสินค้าที่ผลิตในอังกฤษและราคาคาร์บอนสินค้านำเข้า โดยนำมาเปรียบเทียบกัน เพื่อให้ราคาของสินค้านำเข้าเทียบเท่ากับราคาของสินค้าที่ผลิตในประเทศ
การดำเนินการในปัจจุบัน
ในปีนี้ รัฐบาลอังกฤษกำลังมีการหารือเกี่ยวกับการออกแบบระบบ CBAM กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอาทิ, ภาคธุรกิจที่มีการส่งเสริมตลาดสินค้าคาร์บอนต่ำ แนวทางการติดฉลากผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานและการรายงานการปล่อยมลพิษแก่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลการส่งออกสินค้าของไต้หวันล่าสุดที่อาจจะเข้าข่าย UK CBAM
แผนภูมิด้านล่างแสดงชนิด มูลค่า และปริมาณสินค้าส่งออกจากไต้หวันไปยังสหราชอาณาจักรระหว่างเดือน มกราคม - พฤศจิกายน 2567 ที่น่าจะเข้าข่าย UK CBAM (ข้อมูลจากกระทรวงการคลังไต้หวัน)
จากแผนภูมิพบว่า สินค้าส่งออกจากไต้หวัน 3 รายการที่เข้าข่ายได้แก่
- เหล็กและโลหะมีปริมาณ 147,215,511 กิโลกรัม นับเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ 164.75 ล้านดอลลาร์
- สินค้าที่ทำมาจากโลหะหรือเหล็กมีปริมาณ 41,549,414 กิโลกรัม นับเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ 202.69 ล้านดอลลาร์
- แก้วมีปริมาณ 1,469,037 กิโลกรัม นับเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ 9.34 ล้านดอลลาร์
ความเคลื่อนไหวของผู้ประกอบการไต้หวันต่อ UK CBAM
แม้ปัจุบัน ในไต้หวันจะยังไม่มีการพูดถึง UK CBAM อย่างแพร่หลายมากนัก แต่ก็มีบางบริษัทให้ความเห็น ดังนี้
- บริษัท CSC หรือ China Steel Corp จากการรายงานข่าวของ Focus Taiwan พบว่า บริษัท CSC หรือ China Steel Corp บริษัทยักษ์ใหญ่ในการผลิตเหล็กและโลหะของไต้หวันมีการเเรียกร้องให้รัฐบาลไต้หวันตรวจสอบให้แน่ใจว่าบริษัทเหล็กของไต้หวันมีความสามารถในการแข่งขันในระดับเดียวกับประเทศอื่น ๆ ในแง่ของการจัดเก็บภาษีคาร์บอนหรือไม่ โดย Wu Yi-min หัวหน้าแผนกคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของ CSC กล่าวว่า “บริษัทพยายามลดคาร์บอนทั้งในกระบวนการผลิตและการสร้างพันธมิตรกับลูกค้าผ่านความช่วยเหลือจากรัฐบาลเพื่อตอบสนองความท้าทายของ CBAM” รวมทั้งกล่าวถึงความแตกต่างกันในกระบวนการผลิตเหล็กของไต้หวันและยุโรป โดยกระบวนการผลิตของ CSC มีโรงงานออกซิเจนและโรงงานปูนขาวเป็นของตนเองซึ่งแตกต่างกับบริษัทในยุโรป และความแตกต่างนี้จะส่งผลให้ไต้หวันเสียเปรียบทางธุรกิจเป็นอย่างมาก Wu Yi-min จึงมีข้อแนะนำให้รัฐบาลไม่ควรเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมที่จะทำให้ CSC เสียเปรียบมากขึ้น
- Tsai Tujin ประธานสมาคมอุตสาหกรรมสกรู ให้สัมภาษณ์กับ Common Weath Magazine ไต้หวันไว้ว่า “ถึง EU จะกล่าวว่าต้องการดำเนินการ CBAM เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและความยังยืน แต่ระบบ CBAM ก็เป็นกำแพงการค้าเช่นกัน” ทั้งนี้ ไต้หวันเป็นผู้ส่งออกสกรูรายใหญ่อันดับสองของโลกโดยมีบริษัทสกรูมากกว่า 1,800 แห่งและพนักงานเกือบ 40,000 คน ในปี 2022 มูลค่าการส่งออกของอุตสาหกรรมสกรูเข้าใกล้ 200 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน (6.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งหนึ่งในสี่มาจากยุโรปหรือประมาณ 50 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน ผู้ผลิตสกรูกล่าวว่าหากไม่เป็นไปตามข้อกําหนดของอัตราภาษีคาร์บอนพวกเขาจะต้องเผชิญกับการสูญเสียกําไรขั้นต้นมากถึง 8% ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรม
- Lee Chien Ming ศาสตราจารย์จากสถาบันการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน ให้สัมภาษณ์กับ Common Weath Magazineว่า “หลังจากที่สหภาพยุโรปกําหนด CBAM เป็นแบบอย่างที่เรียบร้อย ประเทศต่าง ๆ จะเร่งออกกฎหมายเพื่อแย่งชิงเขตอํานาจศาลภาษีทำให้ไต้หวันต้องจับตามองคู่ค้าสำคัญอื่น ๆเช่นกัน”
บทสรุป การจัดตั้งระบบ CBAM ของสหราชอาณาจักร ไปเป็นตามวัตถุประสงค์เดียวกันกับสหภาพยุโรปที่ต้องการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศจากการดำเนินการที่จริงจังเรื่องสิ่งแวดล้อม การดำเนินการนี้เป็นสัญญาณที่บอกให้ประชาคมโลกต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับความท้ายทายครั้งใหม่ ซึ่งน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในปี ค.ศ. 2027 ที่จะมีการจัดเก็บภาษีคาร์บอนเป็นครั้งนี้ อย่างไรก็ดี ในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศอื่น ๆ ก็น่าจะออกกฎระเบียบหรือมีการจัดตั้งกลไกทางการค้าที่มีลักษณะคล้าย ๆ กัน การปรับตัวของภาคเอกชนไต้หวัน ซึ่งพึ่งพาการส่งออกชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นหลักเช่นเดียวกับประเทศไทย น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีและให้ข้อคิดต่อการดำเนินงานของภาคเอกชนไทยได้ในอนาคต
Tag
Thailand Business Information Center in Taiwan
